ศึกษาการวิเคราะห์และตีความแก๊สเจือปนในน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์
Study of dissolved gas analysis and interpretation mineral oil in electrical power transformers using artificially intelligent method
ทีมวิจัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชมน พูนน้อย
หัวหน้าโครงการ · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
ผลการวิเคราะห์ AI
การเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่เท่าเทียม
ความเชื่อมโยง: โครงการนี้สร้างโอกาสทางการศึกษา โดยนำแนวคิดและฐานข้อมูลที่ได้จากการวิจัยไปเป็นสื่อการสอนในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับตลาดแรงงานในอนาคต
เป้าหมายย่อยที่ 4.4 — เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้องจำเป็น รวมถึงทักษะทางด้านเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการ ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: โครงการช่วยเพิ่มทักษะด้านเทคนิคและวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง (AI, การเขียนโปรแกรม, ระบบควบคุม) ให้แก่นักศึกษา ทำให้พวกเขามีทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในสาขาที่มีความต้องการสูง
ตัวชี้วัดที่ 4.4.1 — สัดส่วนของเยาวชน/ผู้ใหญ่ที่มีทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จำแนกตามประเภททักษะ
ความเชื่อมโยง: การที่นักศึกษาได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติเกี่ยวกับ AI, การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และระบบควบคุมที่ทันสมัยจากโครงการนี้โดยตรง เป็นการเพิ่มสัดส่วนของเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะด้าน ICT ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้
ความเชื่อมโยง: แม้โครงการจะเน้นที่โครงสร้างพื้นฐาน แต่หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเป็นส่วนสำคัญของการส่งจ่ายพลังงาน โครงการจึงส่งเสริมการเข้าถึงบริการพลังงานที่น่าเชื่อถือและยั่งยืนมากขึ้น โดยการลดการหยุดชะงักของระบบไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
เป้าหมายย่อยที่ 7.B — ขยายโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการจัดส่งบริการพลังงานสมัยใหม่และยั่งยืนโดยถ้วนหน้าในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ที่สอดคล้องกับโครงการสนับสนุนของประเทศเหล่านั้น ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: โครงการนี้เป็นการอัปเกรดเทคโนโลยีในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (การใช้ AI ในการบำรุงรักษาหม้อแปลง) ซึ่งช่วยให้สามารถให้บริการพลังงานที่ทันสมัยและยั่งยืนมากขึ้น ด้วยการเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของระบบส่งจ่ายไฟฟ้า
ตัวชี้วัดที่ 7.B.1 — กำลังผลิตติดตั้งพลังงานหมุนเวียนในประเทศกำลังพัฒนา (วัตต์ต่อหัวประชากร)
ความเชื่อมโยง: การปรับปรุงประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของหม้อแปลงไฟฟ้าผ่านการใช้ AI สำหรับการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ถือเป็นการลงทุนในการยกระดับเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งลดการสูญเสียพลังงานโดยรวม
เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
ความเชื่อมโยง: โครงการนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงความน่าเชื่อถือและความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ (หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังและระบบส่งจ่ายไฟฟ้า) ผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์ DGA และการสร้างฐานข้อมูล) เพื่อป้องกันความเสียหาย ลดการระเบิดของหม้อแปลง และยกระดับการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้านพลังงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เป้าหมายย่อยที่ 9.4 — ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยทุกประเทศดำเนินการตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: โครงการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านหม้อแปลงไฟฟ้าให้มีความยั่งยืนมากขึ้น ผ่านการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่แม่นยำ ทำให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และส่งเสริมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมพลังงาน
ตัวชี้วัดที่ 9.4.1 — ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยมูลค่าเพิ่ม
ความเชื่อมโยง: การปรับปรุงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากำลังผ่านการบำรุงรักษาเชิงป้องกันด้วย AI ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและการหยุดชะงักของระบบ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดการปล่อย CO2 ต่อหน่วยของมูลค่าเพิ่มในภาคส่วนนี้โดยอ้อม
เป้าหมายย่อยที่ 9.5 — เพิ่มพูนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรมในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา และให้ภายในปี พ.ศ. 2573 มีการส่งเสริมนวัตกรรมและให้เพิ่มจำนวนผู้ทำงานวิจัยและพัฒนา ต่อประชากร 1 ล้านคน และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาในภาครัฐและเอกชน
ความเชื่อมโยง: โครงการนี้เป็นการส่งเสริมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (การวิเคราะห์ DGA) และการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยี (การประยุกต์ใช้ AI) ในภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งเป็นการสนับสนุนนวัตกรรมและเพิ่มการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา
ตัวชี้วัดที่ 9.5.1 — สัดส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา ต่อ GDP
ความเชื่อมโยง: การลงทุนในโครงการวิจัยและพัฒนาเช่นนี้โดยหน่วยงานของรัฐและเอกชน สะท้อนถึงการเพิ่มการใช้จ่ายด้าน R&D ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ
ตัวชี้วัดที่ 9.5.2 — สัดส่วนนักวิจัย (เทียบเท่ากับการทำงานเต็มเวลา) ต่อประชากร 1,000,000 คน
ความเชื่อมโยง: การดำเนินงานวิจัยโดยกลุ่มนักวิจัยในการประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมพลังงาน เป็นการเพิ่มจำนวนนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
เป้าหมายย่อยที่ 9.B — สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมภายในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงการให้มีสภาพแวดล้อมทางนโยบายที่นำไปสู่ความหลากหลายของอุตสาหกรรมและการเพิ่มมูลค่าของสินค้าโภคภัณฑ์
ความเชื่อมโยง: โครงการนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (AI สำหรับ DGA) ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีภายในประเทศและส่งเสริมนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมพลังงาน
ตัวชี้วัดที่ 9.B.1 — สัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับสูง และระดับกลาง ต่อมูลค่าเพิ่มรวมทั้งหมด
ความเชื่อมโยง: การรวม AI เข้ากับการวินิจฉัยและบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นการยกระดับความเข้มข้นทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไฟฟ้า ซึ่งช่วยเพิ่มสัดส่วนของมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและปานกลาง
เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
ความเชื่อมโยง: โครงการนี้มีแรงจูงใจมาจากเหตุการณ์หม้อแปลงระเบิดในพื้นที่ชุมชนเมือง (สำเพ็ง) ที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน การที่โครงการมุ่งเน้นการป้องกันความผิดพลาดดังกล่าวโดยใช้ AI จึงเป็นการส่งเสริมให้เมืองและชุมชนมีความปลอดภัยและยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติมากขึ้น
เป้าหมายย่อยที่ 11.5 — ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบตลอดจนลดความสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจเทียบเคียงกับ GDP ของโลก ที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: โครงการมีเป้าหมายโดยตรงในการลดความเสี่ยงของการเกิดภัยพิบัติจากการระเบิดของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และความเสียหายทางเศรษฐกิจในเมืองและชุมชน
ตัวชี้วัดที่ 11.5.1 — จำนวนผู้เสียชีวิต สูญหาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่อประชากร 100,000 คน
ความเชื่อมโยง: การป้องกันเหตุการณ์หม้อแปลงระเบิดที่อาจนำไปสู่เหตุเพลิงไหม้และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า
ตัวชี้วัดที่ 11.5.2 — ความสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากภัยพิบัติเทียบเคียงกับ GDP
ความเชื่อมโยง: การหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากการระเบิดของหม้อแปลงไฟฟ้า เช่น การทำลายอาคารและทรัพย์สิน ช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยตรงที่เกิดจากภัยพิบัติในเขตเมือง
เป้าหมายย่อยที่ 11.B — ภายในปี พ.ศ. 2563 เพิ่มจำนวนเมืองและกระบวนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่เลือกใช้และดำเนินการตามนโยบายและแผนที่บูรณาการเพื่อนำไปสู่ความครอบคลุม ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร การลดผลกระทบ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีภูมิต้านทานต่อภัยพิบัติและให้พัฒนาและดำเนินการตามการบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติแบบองค์รวมในทุกระดับ โดยเป็นไปตามกรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยง
ความเชื่อมโยง: โครงการพัฒนาเครื่องมือและองค์ความรู้ (AI สำหรับการวิเคราะห์ DGA) ที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนและนโยบายการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในเมือง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของชุมชน
ตัวชี้วัดที่ 11.B.1 — จำนวนประเทศที่มีและดำเนินการตามยุทธศาสตร์การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติระดับประเทศที่สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ พ.ศ. 2558-2573
ความเชื่อมโยง: ผลลัพธ์จากโครงการสามารถเป็นแนวทางและเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลท้องถิ่นสามารถนำไปปรับใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสำหรับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับกรอบ Sendai for Disaster Risk Reduction