Comparative Evaluation of YOLOv11n Neck-Level Modifications for Precast Component and PPE Object Detection in Construction Environments
ผู้ร่วมเขียนบทความ
รองศาสตราจารย์ ดร.ธีราพรรณ แซ่แห่ว
First Author/Corresponding · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
ข้อมูลการตีพิมพ์
- ประเภทบทความวารสาร
- Buildings
- โครงการวิจัย/บริการวิชาการ ที่เกี่ยวข้อง
- —
- วารสาร/หนังสือ ที่ตีพิมพ์
- Buildings
- ISSN
- 20755309
- ฐานข้อมูลที่ตีพิมพ์
- Scopus
- ปีที่ (Volume)
- 16
- ฉบับที่ (Number)
- 9
- หน้าที่ตีพิมพ์
- —
- รหัส DOI
- 10.3390/buildings16091728
- วันที่ตีพิมพ์ (พ.ศ.)
- 1 พ.ค. 2569
ผลการวิเคราะห์ AI
การเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
ความเชื่อมโยง: งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจจับวัตถุ (เช่น ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล - PPE) ในสภาพแวดล้อมการก่อสร้าง ซึ่งเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและยั่งยืน
เป้าหมายย่อยที่ 9.1 — พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ยั่งยืนและมีความต้านทานและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคและที่ข้ามเขตแดน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาระบบตรวจจับวัตถุด้วย AI สามารถนำไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน
ตัวชี้วัดที่ 9.1.1 — สัดส่วนของประชากรชนบทที่อาศัยภายในระยะ 2 กิโลเมตรจากถนนที่สามารถใช้งานได้ทุกฤดู
ความเชื่อมโยง: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจจับชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปและ PPE สามารถช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำในการก่อสร้าง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน
เป้าหมายย่อยที่ 9.4 — ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยทุกประเทศดำเนินการตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริทึม YOLOv11n ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้
ตัวชี้วัดที่ 9.4.1 — ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยมูลค่าเพิ่ม
ความเชื่อมโยง: การปรับปรุงอัลกอริทึม AI เพื่อการตรวจจับวัตถุในงานก่อสร้าง สะท้อนถึงความพยายามในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม
เป้าหมายย่อยที่ 9.b — สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมภายในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงการให้มีสภาพแวดล้อมทางนโยบายที่นำไปสู่ความหลากหลายของอุตสาหกรรมและการเพิ่มมูลค่าของสินค้าโภคภัณฑ์
ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้เป็นการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี AI ซึ่งสามารถสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานให้มีความทันสมัยและยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
ตัวชี้วัดที่ 9.b.1 — สัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับสูง และระดับกลาง ต่อมูลค่าเพิ่มรวมทั้งหมด
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาและทดสอบอัลกอริทึม AI สำหรับการตรวจจับวัตถุในสภาพแวดล้อมการก่อสร้าง เป็นการส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม
เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการสร้างสภาพแวดล้อมการก่อสร้างที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจจับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของคนงาน และการปรับปรุงกระบวนการก่อสร้างโดยรวม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเมืองและถิ่นฐานมนุษย์ที่ครอบคลุม ปลอดภัย ยืดหยุ่น และยั่งยืน
เป้าหมายย่อยที่ 11.3 — ยกระดับการพัฒนาเมืองและขีดความสามารถให้ครอบคลุมและยั่งยืนเพื่อการวางแผนและการบริหารจัดการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างมีส่วนร่วม บูรณาการและยั่งยืนในทุกประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจจับ PPE สามารถช่วยให้การบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืนในภาคการก่อสร้าง
ตัวชี้วัดที่ 11.3.1 — สัดส่วนของอัตราการใช้ที่ดินต่ออัตราการเติบโตของประชากร
ความเชื่อมโยง: การใช้ระบบตรวจจับ PPE ด้วย AI สามารถช่วยลดอุบัติเหตุจากการทำงานในโครงการก่อสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน
เป้าหมายย่อยที่ 11.7 — จัดให้มีการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะสีเขียวที่ปลอดภัยครอบคลุมและเข้าถึงได้ โดยถ้วนหน้าโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง เด็ก คนชรา และผู้พิการ ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: แม้ว่างานวิจัยจะเน้นที่สภาพแวดล้อมการก่อสร้างโดยตรง แต่การปรับปรุงความปลอดภัยในกระบวนการก่อสร้างเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเมืองที่ปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว
ตัวชี้วัดที่ 11.7.1 — ส่วนแบ่งเฉลี่ยของพื้นที่เมืองที่เป็นพื้นที่เปิดสาธารณะสำหรับทุกคน จำแนกตามเพศ อายุ และผู้พิการ
ความเชื่อมโยง: การเพิ่มความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้างผ่านเทคโนโลยี AI เป็นการสนับสนุนเป้าหมายในการสร้างพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียวที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 12 การบริโภคและผลิตอย่างยั่งยืน
ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรในกระบวนการก่อสร้าง เช่น การตรวจจับชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งอาจนำไปสู่การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
เป้าหมายย่อยที่ 12.5 — ลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาระบบตรวจจับชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปด้วย AI สามารถช่วยในการวางแผนและจัดการวัสดุได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ลดความผิดพลาดในการสั่งซื้อหรือการใช้งาน ซึ่งนำไปสู่การลดปริมาณของเสียในกระบวนการก่อสร้าง
ตัวชี้วัดที่ 12.5.1 — อัตราการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ระดับประเทศ (national recycling rate) (จำนวนตันของวัสดุที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่)
ความเชื่อมโยง: การประยุกต์ใช้ AI ในการตรวจจับและประเมินชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป สามารถช่วยลดของเสียที่เกิดจากการก่อสร้าง โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการวัสดุและการลดข้อผิดพลาด