กำลังโหลด...
Transportation Infrastructure Geotechnology

Depth-Dependent Soil Stiffness Framework for Pipe Jacking in Soft Bangkok Clay

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 1 ส.ค. 2569 ID: 19132

ผู้ร่วมเขียนบทความ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไกรโรจน์ มหรรณพกุล

First Author · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริพัฒน์ มณีแก้ว

Corresponding · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

ศาสตราจารย์ ดร.พานิช วุฒิพฤกษ์

Author · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยรัตน์ เปาเล้ง

Author · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล มีผล

Author · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

Wilailak Sramoon

Author

ข้อมูลการตีพิมพ์

ประเภทบทความวารสาร
Transportation Infrastructure Geotechnology
โครงการวิจัย/บริการวิชาการ ที่เกี่ยวข้อง
วารสาร/หนังสือ ที่ตีพิมพ์
Transportation Infrastructure Geotechnology
ISSN
21967210 21967202
ฐานข้อมูลที่ตีพิมพ์
Scopus
ปีที่ (Volume)
13
ฉบับที่ (Number)
6
หน้าที่ตีพิมพ์
วันที่ตีพิมพ์ (พ.ศ.)
1 ส.ค. 2569

ผลการวิเคราะห์ AI

การเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

google/gemini-2.5-flash-lite 2026-06-30 02:01:43
9

เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน

ความเชื่อมโยง: บทความนี้มุ่งเน้นการพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมของดินอ่อนในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน เช่น การวางท่อ (Pipe Jacking) การพัฒนาความเข้าใจในพฤติกรรมของดินจะช่วยให้การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมีความแข็งแรง ทนทาน และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น (resilient) และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน

เป้าหมายย่อยที่ 9.1 — พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ยั่งยืนและมีความต้านทานและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคและที่ข้ามเขตแดน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์

ความเชื่อมโยง: การพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมดินที่แม่นยำขึ้นสำหรับการก่อสร้างใต้ดิน จะช่วยปรับปรุงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน

ตัวชี้วัดที่ 9.1.1 — สัดส่วนของประชากรชนบทที่อาศัยภายในระยะ 2 กิโลเมตรจากถนนที่สามารถใช้งานได้ทุกฤดู

ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการปรับปรุงการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน ซึ่งส่งผลต่อการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ระบบขนส่งและสาธารณูปโภคสำหรับประชากรทั้งหมด

เป้าหมายย่อยที่ 9.4 — ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยทุกประเทศดำเนินการตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศภายในปี พ.ศ. 2573

ความเชื่อมโยง: การพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมดินที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ลดความเสี่ยง และอาจนำไปสู่การใช้วัสดุที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ตัวชี้วัดที่ 9.4.1 — ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยมูลค่าเพิ่ม

ความเชื่อมโยง: การพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมดินที่แม่นยำขึ้นสำหรับการก่อสร้างใต้ดิน เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น

11

เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน

ความเชื่อมโยง: บทความนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาความรู้ทางวิศวกรรมที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินในสภาพแวดล้อมเมืองที่ซับซ้อน เช่น กรุงเทพฯ การทำความเข้าใจพฤติกรรมของดินอ่อนอย่างลึกซึ้งจะช่วยให้การวางแผนและการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงข่ายการขนส่งใต้ดินมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำให้เมืองน่าอยู่และยั่งยืน

เป้าหมายย่อยที่ 11.3 — ยกระดับการพัฒนาเมืองและขีดความสามารถให้ครอบคลุมและยั่งยืนเพื่อการวางแผนและการบริหารจัดการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างมีส่วนร่วม บูรณาการและยั่งยืนในทุกประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2573

ความเชื่อมโยง: การพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมดินที่แม่นยำ จะช่วยให้การวางแผนและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินในเขตเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดที่ 11.3.1 — สัดส่วนของอัตราการใช้ที่ดินต่ออัตราการเติบโตของประชากร

ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้สนับสนุนการวางแผนและการจัดการที่ดินในเขตเมืองให้มีประสิทธิภาพ โดยการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของดิน ซึ่งจำเป็นต่อการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

เป้าหมายย่อยที่ 11.5 — ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบตลอดจนลดความสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจเทียบเคียงกับ GDP ของโลก ที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางภายในปี พ.ศ. 2573

ความเชื่อมโยง: การทำความเข้าใจพฤติกรรมของดินอ่อนในเชิงลึกและพัฒนาแบบจำลองที่แม่นยำ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่อโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวของเมือง

ตัวชี้วัดที่ 11.5.1 — จำนวนผู้เสียชีวิต สูญหาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่อประชากร 100,000 คน

ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการประเมินความเสี่ยงและพัฒนาแนวทางการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินที่ทนทานต่อสภาวะต่างๆ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ

เป้าหมายย่อยที่ 11.6 — ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรรวมถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศและการจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอื่นๆ ภายในปี พ.ศ. 2573

ความเชื่อมโยง: การพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างใต้ดินที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการสั่นสะเทือนหรือการปล่อยมลพิษจากการก่อสร้าง จะส่งผลดีต่อคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมในเมือง

ตัวชี้วัดที่ 11.6.2 — ระดับค่าเฉลี่ยทั้งปีของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (เช่น PM2.5 และ PM10) ในเขตเมือง (ถ่วงน้ำหนักกับประชากร)

ความเชื่อมโยง: การปรับปรุงเทคนิคการก่อสร้างใต้ดินให้มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยลดมลพิษทางอากาศและจัดการของเสียในเมืองให้ดีขึ้น