Depth-Dependent Soil Stiffness Framework for Pipe Jacking in Soft Bangkok Clay
ผู้ร่วมเขียนบทความ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไกรโรจน์ มหรรณพกุล
First Author · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริพัฒน์ มณีแก้ว
Corresponding · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
ศาสตราจารย์ ดร.พานิช วุฒิพฤกษ์
Author · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยรัตน์ เปาเล้ง
Author · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
รองศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล มีผล
Author · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
Wilailak Sramoon
Author
ข้อมูลการตีพิมพ์
- ประเภทบทความวารสาร
- Transportation Infrastructure Geotechnology
- โครงการวิจัย/บริการวิชาการ ที่เกี่ยวข้อง
- —
- วารสาร/หนังสือ ที่ตีพิมพ์
- Transportation Infrastructure Geotechnology
- ISSN
- 21967210 21967202
- ฐานข้อมูลที่ตีพิมพ์
- Scopus
- ปีที่ (Volume)
- 13
- ฉบับที่ (Number)
- 6
- หน้าที่ตีพิมพ์
- —
- รหัส DOI
- 10.1007/s40515-026-00958-9
- วันที่ตีพิมพ์ (พ.ศ.)
- 1 ส.ค. 2569
ผลการวิเคราะห์ AI
การเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
ความเชื่อมโยง: บทความนี้มุ่งเน้นการพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมของดินอ่อนในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน เช่น การวางท่อ (Pipe Jacking) การพัฒนาความเข้าใจในพฤติกรรมของดินจะช่วยให้การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมีความแข็งแรง ทนทาน และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น (resilient) และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
เป้าหมายย่อยที่ 9.1 — พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ยั่งยืนและมีความต้านทานและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคและที่ข้ามเขตแดน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมดินที่แม่นยำขึ้นสำหรับการก่อสร้างใต้ดิน จะช่วยปรับปรุงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
ตัวชี้วัดที่ 9.1.1 — สัดส่วนของประชากรชนบทที่อาศัยภายในระยะ 2 กิโลเมตรจากถนนที่สามารถใช้งานได้ทุกฤดู
ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการปรับปรุงการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน ซึ่งส่งผลต่อการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ระบบขนส่งและสาธารณูปโภคสำหรับประชากรทั้งหมด
เป้าหมายย่อยที่ 9.4 — ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยทุกประเทศดำเนินการตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมดินที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ลดความเสี่ยง และอาจนำไปสู่การใช้วัสดุที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ตัวชี้วัดที่ 9.4.1 — ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยมูลค่าเพิ่ม
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมดินที่แม่นยำขึ้นสำหรับการก่อสร้างใต้ดิน เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น
เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
ความเชื่อมโยง: บทความนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาความรู้ทางวิศวกรรมที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินในสภาพแวดล้อมเมืองที่ซับซ้อน เช่น กรุงเทพฯ การทำความเข้าใจพฤติกรรมของดินอ่อนอย่างลึกซึ้งจะช่วยให้การวางแผนและการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงข่ายการขนส่งใต้ดินมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำให้เมืองน่าอยู่และยั่งยืน
เป้าหมายย่อยที่ 11.3 — ยกระดับการพัฒนาเมืองและขีดความสามารถให้ครอบคลุมและยั่งยืนเพื่อการวางแผนและการบริหารจัดการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างมีส่วนร่วม บูรณาการและยั่งยืนในทุกประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาแบบจำลองพฤติกรรมดินที่แม่นยำ จะช่วยให้การวางแผนและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินในเขตเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน
ตัวชี้วัดที่ 11.3.1 — สัดส่วนของอัตราการใช้ที่ดินต่ออัตราการเติบโตของประชากร
ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้สนับสนุนการวางแผนและการจัดการที่ดินในเขตเมืองให้มีประสิทธิภาพ โดยการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของดิน ซึ่งจำเป็นต่อการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
เป้าหมายย่อยที่ 11.5 — ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบตลอดจนลดความสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจเทียบเคียงกับ GDP ของโลก ที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การทำความเข้าใจพฤติกรรมของดินอ่อนในเชิงลึกและพัฒนาแบบจำลองที่แม่นยำ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่อโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวของเมือง
ตัวชี้วัดที่ 11.5.1 — จำนวนผู้เสียชีวิต สูญหาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่อประชากร 100,000 คน
ความเชื่อมโยง: การวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการประเมินความเสี่ยงและพัฒนาแนวทางการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินที่ทนทานต่อสภาวะต่างๆ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ
เป้าหมายย่อยที่ 11.6 — ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรรวมถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศและการจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอื่นๆ ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างใต้ดินที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการสั่นสะเทือนหรือการปล่อยมลพิษจากการก่อสร้าง จะส่งผลดีต่อคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมในเมือง
ตัวชี้วัดที่ 11.6.2 — ระดับค่าเฉลี่ยทั้งปีของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (เช่น PM2.5 และ PM10) ในเขตเมือง (ถ่วงน้ำหนักกับประชากร)
ความเชื่อมโยง: การปรับปรุงเทคนิคการก่อสร้างใต้ดินให้มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยลดมลพิษทางอากาศและจัดการของเสียในเมืองให้ดีขึ้น