Partial Discharge Measurement with Gap Time Analysis to Determine Severity of Defect in Rotating Machines
ผู้ร่วมเขียนบทความ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพล ปันมาละ
First Author/Corresponding · คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพงศ์ สุวรรณศรี
Author · บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน
Phanupong Fuangpian
Author
รองศาสตราจารย์ ดร.แคทรียา สุวรรณศรี
Author · คณะวิศวกรรมศาสตร์
ข้อมูลการนำเสนอ
- ประเภทบทความประชุมวิชาการ
- 10th International Conference on Condition Monitoring and Diagnosis, CMD 2024
- โครงการวิจัย/บริการวิชาการ ที่เกี่ยวข้อง
- —
- ชื่อการประชุม
- 10th International Conference on Condition Monitoring and Diagnosis, CMD 2024
- สถานที่จัดการประชุม
- Gangneung
- ประเทศ
- ไทย
- วันที่เริ่มการประชุม (พ.ศ.)
- 20 ต.ค. 2567
- วันที่สิ้นสุดการประชุม (พ.ศ.)
- 24 ต.ค. 2567
- ฐานข้อมูลที่ตีพิมพ์
- Scopus
ผลการวิเคราะห์ AI
การเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้
ความเชื่อมโยง: งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของเครื่องจักรหมุน (Rotating Machines) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในระบบผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้า การวิเคราะห์ Partial Discharge ช่วยป้องกันความเสียหายและลดการหยุดชะงักของระบบพลังงาน
เป้าหมายย่อยที่ 7.b — ขยายโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการจัดส่งบริการพลังงานสมัยใหม่และยั่งยืนโดยถ้วนหน้าในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ที่สอดคล้องกับโครงการสนับสนุนของประเทศเหล่านั้น ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การพัฒนาเทคนิคการตรวจวัดความรุนแรงของข้อบกพร่องในเครื่องจักรไฟฟ้าเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อการบริการพลังงานที่ทันสมัยและยั่งยืน
ตัวชี้วัดที่ 7.b.1 — กำลังผลิตติดตั้งพลังงานหมุนเวียนในประเทศกำลังพัฒนา (วัตต์ต่อหัวประชากร)
ความเชื่อมโยง: การใช้เทคโนโลยี Gap Time Analysis เป็นการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
ความเชื่อมโยง: งานวิจัยนี้เป็นการสร้างนวัตกรรมด้านการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) สำหรับอุตสาหกรรม ช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้ามีความทนทานและลดความสูญเสียจากการหยุดชะงักของเครื่องจักร
เป้าหมายย่อยที่ 9.4 — ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยทุกประเทศดำเนินการตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การตรวจวัดและวิเคราะห์ความรุนแรงของจุดบกพร่องช่วยให้สามารถปรับปรุงเครื่องจักรเก่าให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้นตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
ตัวชี้วัดที่ 9.4.1 — ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยมูลค่าเพิ่ม
ความเชื่อมโยง: การลดความเสี่ยงจากการชำรุดของเครื่องจักรช่วยลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม
เป้าหมายย่อยที่ 9.5 — เพิ่มพูนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรมในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา และให้ภายในปี พ.ศ. 2573 มีการส่งเสริมนวัตกรรมและให้เพิ่มจำนวนผู้ทำงานวิจัยและพัฒนา ต่อประชากร 1 ล้านคน และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาในภาครัฐและเอกชน
ความเชื่อมโยง: เป็นการเสริมสร้างการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Gap Time Analysis)
ตัวชี้วัดที่ 9.5.1 — สัดส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา ต่อ GDP
ความเชื่อมโยง: งานวิจัยนี้สะท้อนถึงการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างโซลูชันทางวิศวกรรมไฟฟ้าที่แม่นยำยิ่งขึ้น
เป้าหมายที่ 12 การบริโภคและผลิตอย่างยั่งยืน
ความเชื่อมโยง: การระบุความรุนแรงของข้อบกพร่องในเครื่องจักรช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์และการเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่โดยไม่จำเป็น
เป้าหมายย่อยที่ 12.2 — บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี พ.ศ. 2573
ความเชื่อมโยง: การบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพช่วยให้การจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ (วัสดุที่ใช้ผลิตเครื่องจักร) เป็นไปอย่างยั่งยืนและคุ้มค่าที่สุด
ตัวชี้วัดที่ 12.2.1 — ร่องรอบการใช้วัตถุดิบ (Material Footprint) ร่องรอยการใช้วัตถุดิบต่อหัวประชากร และต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
ความเชื่อมโยง: การยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรหมุนช่วยลดอัตราการบริโภควัสดุใหม่ในระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรม